เปิดหัวใจที่ทุ่มเทเพื่อความสุขคนนาโยง ของ นายกเทม – สิทธิ สุทธินนท์ นายกเทศมนตรีตำบลนาโยงเหนือ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง

นายกเทมผู้นำท้องถิ่นที่ขับเคลื่อนชุมชนเมืองด้วยหัวใจ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

การพัฒนาท้องถิ่นให้อยู่อาศัยได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ไม่ได้เริ่มต้นเพียงแค่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานหรืออาคารบ้านเรือน หากแต่เริ่มต้นจากการเข้าใจโครงสร้างทางสังคมและหัวใจของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง เทศบาลตำบลนาโยงเหนือ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ตัวอย่างของการบริหารงานท้องถิ่นที่เติบโตอย่างมีทิศทาง โดยการนำของ นายกเทม – สิทธิ สุทธินนท์ นายกเทศมนตรีตำบลนาโยงเหนือ ผู้ซึ่งเติบโตและผูกพันกับท้องถิ่นมาตั้งแต่กำเนิด นำความรักในบ้านเกิดมาแปลงเป็นพลังในการบริหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ

จุดเริ่มต้นสำคัญบนเส้นทางการเมืองของ สิทธิ สุทธินนท์ หรือ นายกเทมของคนนาโยง เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะเข้ามาพัฒนาและสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับบ้านเกิดของตนเอง โดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้บทบาทงานท้องถิ่นในฐานะสมาชิกสภาเทศบาล ก่อนจะได้รับความไว้วางใจให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ

 

“ผมเป็นเด็กที่พ่อแม่ก็เกิดตรงนี้ ผมเองก็เกิดหน้าตลาดนาโยง ก็อยู่นาโยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ วันนี้ก็ถือว่าโชคดีสักนิด ได้มาเป็นผู้นำตรงนี้ ได้มาทำงานขับเคลื่อนพัฒนาบ้านเกิดตัวเอง เส้นทางแรกก่อนที่จะเข้ามาการเมืองก็ทำธุรกิจส่วนตัว อาชีพค้าขายตามพ่อแม่ แล้วก็เป็นคนที่ชอบกีฬา ชอบฟุตบอล เป้าหมายแรกเริ่มเลยคือเราอยากจะดูแลเด็กในชุมชนในเรื่องการออกกำลังกาย อยากจะจัดทำฟุตบอลในชุมชนให้มีชื่อเสียง ให้ส่งเสริมเด็กและเยาวชนรุ่นหลังครับ”

 

เมื่อได้ก้าวเข้ามาทำงานบริหารท้องถิ่นอย่างเต็มตัว การลงพื้นที่สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทำให้เห็นภาพสะท้อนของสังคมในหลากหลายมิติ ซึ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญในการกำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด

 

“ในชุมชนเทศบาลมันมีหลายชนชั้น หลายฐานะอยู่รวมกัน คนที่พอจะมีฐานะมันก็มีค่อนข้างเยอะ แต่คนที่ลำบากก็ยังมี พอได้เข้ามาทำงานตรงนี้ ทำให้ผมได้รู้ในสิ่งที่เคยไม่เคยรู้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้ยากไร้ หรือผู้สูงอายุที่บ้านพักอาศัยยังไม่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิต

“สภาพสังคมของเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว ตัวเลขผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไปเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากมีท้องถิ่นคอยช่วยสนับสนุนและหาช่องทางคอยซัพพอร์ต ก็จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้เยอะมากครับ”

 

จากความเข้าใจในบริบทของพื้นที่ เทศบาลตำบลนาโยงเหนือ นายกเทมจึงได้วางโครงสร้างการทำงานเพื่อดูแลประชาชนครอบคลุมทุกด้าน ทั้งมิติความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนการสร้างเสริมสุขภาพและคุณค่าชีวิตให้กับผู้สูงอายุในชุมชน

 

“ด้านความปลอดภัย เรามี ‘โครงการตาสับปะรด’ ติดตั้งกล้องวงจรปิดครอบคลุมพื้นที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนในชุมชน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยในเขตเทศบาล แต่ยังสนับสนุนงานระดับอำเภอและจังหวัด ส่วนผลงานที่ถือเป็นความสำเร็จและสร้างความภาคภูมิใจคือ ‘โรงเรียนผู้สูงอายุ’ เราเริ่มตั้งแต่การตั้งชมรม วางโครงสร้างบริหาร มี ผอ. มีรอง ผอ. คล้ายโรงเรียนจริง แล้วเปิดรับสมัครนักเรียนเพื่อเข้ามาเรียนรู้วิชาชีวิต นันทนาการ อาชีพ และการดูแลสุขภาพ โดยเทศบาลดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกทั้งหมด มีรถตู้บริการรับ-ส่งถึงหน้าบ้าน เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงการเรียนรู้ มีเพื่อน มีสังคม และทำให้ชีวิตมีคุณค่าจนถึงวันสุดท้าย”

 

นอกจากมิติด้านสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุแล้ว การวางรากฐานด้านสาธารณสุขและการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายภาคประชาชน ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการเตรียมความพร้อมของเมืองในอนาคต

 

“เราโชคดีมากที่ได้คนมีความรู้ความสามารถอย่าง อาจารย์ หมอชูชัย ศุภวงษ์ คนไทยคนแรกที่คว้างรางวัล ‘ผู้นำด้านสาธารณสุข’ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เข้ามาช่วยดูงานด้านสาธารณสุข นำแนวคิดเรื่องการดูแลสุขภาพปฐมภูมิและการวางแผนระบบสาธารณสุขเบื้องต้นมาประยุกต์ใช้ เรามีการตั้งเป้าหมายทำศูนย์ฟื้นฟูผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงกิจกรรม ‘ตักบาตรข้างเตียง’ ที่ลงพื้นที่ดูแลผู้ป่วยทุกเดือน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน ทั้งกลุ่มสตรี ชมรมแอโรบิก ชมรมกีฬา รวมถึงสภาเด็กและเยาวชน เพื่อให้เกิดการเข้าถึงและการพัฒนาในทุกกลุ่มวัย”

นอกเหนือจากนโยบายและการสร้างโครงการต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานของข้าราชการและบุคลากรในเทศบาล ให้มุ่งเน้นการบริการประชาชนด้วยจิตวิญญาณแห่งความใส่ใจ โดยเริ่มจากการที่ผู้นำทำตนให้เป็นแบบอย่างในการทำงานจริงในทุก ๆ วัน

“ตอนแรกผมคิดว่า การพาลูกทีมให้ผ่านการคัดเลือกของประชาชนเข้ามาทำงานนี่เหนื่อยแล้วนะ แต่การบริหารงานราชการเหนื่อยมากกว่า ซึ่งผมก็ทำงานอย่างเต็มที่ เต็มเวลา เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ข้าราชการ หวังว่าบางคนที่ได้เห็นคงจะคิดได้ แต่ถ้ามีบางคนที่หนีกลับบ้านก่อนเวลาเลิกงาน ผมอาจจะไม่ว่า แต่คุณจะทำบ่อย ๆ ก็คงไม่ได้ ชาวบ้านเขาเลือกผมเข้ามาเป็นตัวแทนเขา เพื่อกำกับดูแลแก้ปัญหา หรือที่ไม่อยากจะพูดตรง ๆ ก็คือมาตรวจสอบดูแลการทำงานของข้าราชการที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน เวลาที่ชาวบ้านไม่เสียภาษี เขาก็ถูกทางราชการปรับ เวลาที่ใครหลบเลี่ยงภาษี คุณก็ทำหนังสือตามให้เขามาจ่าย และเงินภาษีเหล่านั้นก็กลายมาเป็นเงินเดือนของข้าราชการ คุณก็ต้องทำหน้าที่ของคุณให้เต็มที่

“ผมจะกำชับบุคลากรที่นี่ในเรื่องการให้บริการ เป็นนโยบายต้น ๆ ในการบริหารงานของเราเลย ทีมงานทุกคนที่เทศบาลของเรา จะต้องให้บริการคนในชุมชนของผมอย่างดี เป็นสิ่งสำคัญข้อแรกภายใต้การบริหารงานช่วงที่ผมเป็นนายกฯ ถ้าหากทีมงานที่นี่ให้บริการคนในชุมชนผมไม่ดี ผมไม่ยอม”

 

ความมุ่งมั่นและความต่อเนื่องในการทำงาน ส่งผลให้ นายกเทม ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างล้นหลาม สะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งที่ได้รับการยอมรับให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลนาโยงเหนืออย่างต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2

 

“การได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาทำงานต่อเป็นสมัยที่ 2 ถือเป็นความโชคดีของตัวผมเองและทีมงาน เพราะทำให้เราสามารถสานต่องานและโครงการต่าง ๆ ที่ทำค้างไว้ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเสียเวลาเริ่มต้นใหม่ การทำงานตรงนี้ถ้าเราทำด้วยความตั้งใจและทำเพื่อประโยชน์ของชาวบ้านจริง ๆ ผลลัพธ์ก็จะสะท้อนกลับมาที่ความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในชุมชนนาโยงเหนือของเรา”

 

การบริหารงานท้องถิ่นภายใต้การนำของ นายกเทม สิทธิ สุทธินนท์ จึงไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาเชิงกายภาพของเมืองเท่านั้น หากแต่เป็นการวางรากฐานการพัฒนาคนและสังคมด้วยความใส่ใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างชุมชนนาโยงเหนือให้เป็นเมืองน่าอยู่ มีความอบอุ่น และพร้อมเติบโตอย่างเข้มแข็งไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

 

Text: วรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์

www.iamtrang.com

 …

AN OPEN HEART, DEVOTED TO THE HAPPINESS OF NAYONG

TAME – SITTI SUTTHINON

Mayor of Nayong Nuea Subdistrict Municipality, Nayong District, Trang Province

Developing a community into a truly livable and sustainable place begins not with buildings or infrastructure, but with an understanding of its people. For Tame  – Sitti Sutthinon, Mayor of Nayong Nuea Subdistrict Municipality, that understanding comes from a lifetime of living among the people he serves.

Born and raised in Nayong, Sitti entered local politics with a simple ambition: to give back to his hometown. After beginning his career in business and serving as a municipal council member, he was entrusted with leading the municipality. His passion for sports, particularly football, also shaped his early commitment to creating opportunities for children and young people through exercise and community activities.

“My parents were born here, and I was born in front of Nayong Market. I have lived here since I was a child. I feel fortunate to have the opportunity to lead this community and contribute to the development of my own hometown. I wanted to create opportunities for children and young people, especially through sports and football.”

Working closely with residents soon revealed the diverse needs within the community, from low-income families and people with disabilities to bedridden patients and elderly residents living in unsuitable conditions. At the same time, Nayong is facing the broader challenge of becoming an aging society.

“There are people from many different social and economic backgrounds living here. Working in local government has allowed me to see problems that I had never fully understood before. The number of elderly people over 60 is increasing every year. If local governments can provide the right support, we can make a real difference in people’s lives.”

This understanding has led to policies that focus on people at every stage of life. The ‘Eyes Everywhere’ Project uses CCTV to enhance public safety, while the School for the Elderly provides older residents with opportunities to learn, socialize, develop skills, exercise, and maintain a sense of purpose. The municipality also provides transportation and covers program costs to ensure accessibility.

“We want older people to have opportunities to learn, make friends, stay socially connected, and feel that their lives remain meaningful until the very end.”

Healthcare and community participation are equally important. With support from public-health experts, the municipality is developing rehabilitation services for elderly people, people with disabilities, and bedridden patients. The ‘Alms at the Bedside’ initiative brings care directly to patients, while women’s groups, sports and aerobics clubs, and the Children and Youth Council create opportunities for people of different generations to participate in community life.

For Sitti, however, successful development depends not only on policies and projects, but also on the culture of public service itself. He believes that local government personnel must understand that they work for the people, and that leadership must begin by setting an example.

“I work fully and full-time because I want to set an example for our staff. People elected me to represent them and to oversee the work of the government. Since civil servants are paid through people’s taxes, they must perform their responsibilities to the best of their ability. Providing good service to our community is one of my first priorities. If our staff do not serve our people well, I will not accept it.”

His approach has earned him the continued trust of the community, resulting in his re-election for a second term. Rather than seeing this as simply a political achievement, he views it as an opportunity to continue what has already begun.

“Being trusted to serve a second term is something I feel fortunate about. It allows us to continue the projects we have started without having to begin again. If we work sincerely and genuinely for the benefit of the people, the result will come back as greater happiness and a better quality of life for our community.”

For Tame – Sitti Sutthinon, the development of Nayong is ultimately not about transforming a place alone. It is about transforming the quality of life of the people who live there—through safety, healthcare, social connection, opportunity, and dignity.

Because a truly livable community is not measured only by what it builds, but by how deeply it cares for its people.

 

You may also like...