IamTrang.com
 
IamTrang.com
KNOWLEDGE
PEOPLE
PLACE
PRODUCT & SERVICE
RESOURCE
ACTIVITY
LIFESTYLE
NEWS & EVENT
หน้าแรก  >  บทสัมภาษณ์  >  ระลึก หลีกภัย

ระลึก หลีกภัย

แม้ว่าปัญหาใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของ ระลึก หลีกภัย น้องชายของ อดีตนายกชวน หลีกภัย จะหนักหนาจนทำให้เขาแทบจะสูญเสียกำลังใจในการดำเนินชีวิต แต่เมื่อถึงคราวฟ้าหลังฝน ระลึก หลีกภัย ได้โอกาสหวนกลับคืนถิ่นสู่บ้านเกิดเมืองตรัง บทบาทของเขาที่อุทิศตัวอยู่เบื้องหลังการเปิด ‘บ้านนายชวน’ ให้เป็นแหล่งต้อนรับขับสู้ ของผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งที่มาด้วยทุกข์ร้อนให้ปัดเป่า และมาเที่ยวชมบรรยากาศเก็บเกี่ยวความประทับใจ คงทำให้หลายคนพร้อมจะจดจำชื่อของ ระลึก หลีกภัย ในฐานะของหนึ่งเจ้าบ้านผู้อารี ที่มอบน้ำใจไมตรี และความช่วยเหลือเกื้อกูล ให้กับทุกคนที่ย่างก้าวเข้ามาสู้รั้วของ ‘บ้านนายกฯ ชวน ณ เมืองตรัง’ ได้กลับไปพร้อมกับความอิ่มเอมมิรู้คลาย แต่สำหรับผู้คนในแวดวงการเมือง รวมถึงคนที่ได้ใกล้ชิดกับการเมือง ต่างรู้ดีว่า ระลึก หลีกภัย ไม่ได้เป็นเพียงพ่อบ้านที่ดีให้กับพี่ชวน อดีตนายกฯ ชาวตรังเท่านั้น แต่เขายังมีบทบาทสำคัญ ในฐานะคนกลาง ผู้คอยช่วยเหลือและประสานความร่วมมือให้งานใหญ่ๆ หลายงานสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จนได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งใน "ผู้ประสานสิบทิศของเมืองตรัง"

 


สำหรับแวดวงการเมืองท้องถิ่นในตรัง ปฏิเสธไม่ได้ว่า ระลึก หลีกภัย อีกบุคคลหนึ่งในครอบครัวหลีกภัย ที่น่าจับตามอง เขาเป็นน้องชายสุดท้อง หรือเป็นบุตรคนที่ 7 จากพี่น้องทั้งหมด 9 คนของแม่ถ้วน หลีกภัย ด้วยบทบาทการอุทิศตนเพื่อสังคมมากมายที่เขาได้ทำ เมื่อเขาได้เดินทางกลับมาอยู่บ้านในจังหวัดตรัง หลังจากห่างหายไปนานถึง 36 ปี


 ในวัยเด็ก ระลึก หลีกภัย เรียนหนังสือชั้น ป.1-4 ที่โรงเรียนวัดควนวิเศษ แล้วไปต่อชั้น ม.1-6 ที่โรงเรียนตรังวิทยา ซึ่งเป็นเส้นทางการศึกษาที่เหมือนกับพี่ชวน แต่มาแตกต่างตรงที่พอถึงชั้น มศ.4-5 เขากลับขึ้นไปเรียนที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน กรุงเทพฯ แล้วต่อคณะบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


หลังเรียนจบแล้ว เขาสอบเข้าทำงานทันที ที่ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ แต่แค่เพียง 2 ปี เขาก็ขอไปศึกษาต่อปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรม ที่ Utah State University Logan สหรัฐอเมริกา แล้วกลับมาทำงานต่อที่ธนาคารกสิกรไทย พร้อมกับการแต่งงานกับ ยู-เฟน หลีกภัย ชาวไต้หวัน


จนกระทั่งมาเกิดเรื่องราวที่โด่งดังระดับประเทศขึ้น ทำให้เขาต้องหายตัวไปนานหลายปี จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็กลับมาสู่ผืนแผ่นดินตรัง แล้วเริ่มตั้งต้นชีวิตใหม่แบบเงียบๆ ถือเอาอดีตอันเจ็บปวดที่ผ่านมาเป็นบทเรียน และใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดของชีวิต อุทิศให้กับการทำงานเพื่อสังคม นอกเหนือจากการดูแลแม่ถ้วน หลีกภัย จนถึงวาระสุดท้าย


ภาพที่คุ้นตาสำหรับชาวตรัง และผู้ที่มาเยือนบ้านชวน หลีกภัย คือเห็นระลึก หลีกภัยทำหน้าที่กวาดขยะ ตกแต่งต้นไม้และดูแลความสะอาด รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ที่บ้านมีอยู่กว่า 5 ไร่ให้สวยงาม เพื่อต้อนรับผู้คนมาหน้าหลายตา ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศและทั่วโลก เพราะบ้านของอดีตนายกรัฐมนตรีหลังนี้ เปิดต้อนรับประชาชนทุกชนชั้นวรรณะตลอด 24 ชั่วโมง 


 ด้วยเหตุนี้ เวลาที่มีทัวร์คณะใหญ่ๆ มา เขาจึงต้องทำหน้าที่เป็นไกด์ประจำบ้าน เพราะพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน คอยต้อนรับผู้คนด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรไมตรีจิต เสมือนเป็นการตอบแทนบุญคุณ ที่สนับสนุน พี่ชวน และ พรรคประชาธิปัตย์ มายาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาบอกว่าภูมิใจและไม่รู้สึกเหนื่อย


อย่างไรก็ตาม เมื่อบ้านนี้เป็นบ้านของนักการเมือง ระลึก หลีกภัย จึงหนีไม่พ้นที่จะต้องช่วยงานการเมือง เช่น การรับเรื่องร้องทุกข์และรับหนังสือต่างๆ ที่ส่งมาถึง พี่ชวน จากนั้น เขาจะทำหน้าที่ช่วยประสานงานให้จนเรื่องนั้นบรรลุผล รวมทั้งเป็นตัวแทนครอบครัวออกไปตามงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ ฯลฯ


ระลึก หลีกภัย ไม่เพียงแต่ช่วยงานเบื้องหลังการเมือง แต่ยังอุทิศตนให้กับงานสอนภาษาจีนตามสถานศึกษาต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตตรัง, ร.ร.วิเชียรมาตุ 3, อบต.โคกหล่อ และยังแอบเขียนหนังสือชื่อว่า คนมาบ้านเรา ได้หลายตอนแล้ว เรื่องก็เกี่ยวกับผู้คนที่เดินทางมาเยือนบ้าน โดยเร็วๆ นี้อาจจะพิมพ์เป็นเล่มให้อ่านกัน


หลังจากช่วงชีวิตที่ผ่านร้อนหนาวมาแล้วมากมาย ระลึกจึงไม่รู้สึกห่วงว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่ถ้าใครถามเรื่องการเมือง เขาจะไม่ค่อยพูดถึง แต่ก็ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่เคยฝันตั้งแต่เด็กๆ พร้อมกับเชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์อันโชกโชน และการที่มีเพื่อนฝูงมากมายทุกระดับ จึงไม่ใช่เรื่องยากถ้าคิดจะทำงานการเมือง เพราะใครๆต่างก็รู้ดีว่า น้ำใจไมตรีอันกว้างขวางของ ระลึก หลีกภัยนั้น ทำให้เขาเป็นผู้มากมิตร และมีเครือข่ายสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับผู้คนทุกวงการ จนทำให้ฉายา "ผู้ประสานสิบทิศแห่งเมืองตรัง" นั้นไม่ใช่คำพูดที่เกินเลย

ชวน หลีกภัย เคยเล่าถึงบทบาทของแม่ถ้วน ที่ทำหน้าที่เป็นกองหลังผู้คอยสนับสนุนและช่วยเหลืองานการเมืองในท้องถิ่น ยามที่มีผู้เดือดร้อน รอนแรมมาจากต่างที่ต่างถิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้แทน ณ บ้านของนายชวน ที่ประตูบ้านเปิดกว้างตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน ในงานศพของแม่ถ้วน หลีกภัย ซึ่งมีผู้มาร่วมพิธีศพมืดฟ้ามัวดินเป็นประวัติศาสตร์ของเมืองตรังว่า "เมื่อมีผู้มาขอความช่วยเหลือ และผมอยู่ที่กรุงเทพฯ แม่ถ้วนนั้น จะคอยต้อนรับขับสู้ รับฟังปัญหา และให้ความช่วยเหลือดูแลเรื่องการกินอยู่หลับนอนของชาวบ้านที่มาหา เพราะพวกเขาต้องเหมารถมาจากที่ไกลๆ เมื่อแล้ว กิจธุระยังไม่ลุล่วง ก็ยังกลับไม่ได้ ต้องรอให้ได้พบหน้าผู้แทนก่อน คนที่ทำหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่คอยประสานงานการเมืองในส่วนของมวลชน ให้กับอดีตนายกฯชวน ในพื้นที่ของจังหวัดตรัง ก็คือแม่ถ้วน นั่นเอง" ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อไร้เงาแม่ถ้วนแล้ว ผู้ที่จะรับหน้าที่นี้แทนได้อย่างเต็มเรี่ยวแรงก็คือ ระลึก หลีกภัย นั่นเอง


หลังการจากไปของแม่ถ้วน หลีกภัย หลายฝ่ายในตรังต่างจับตามองว่า ลูกชายคนเล็กของตระกูลหลีกภัย ที่ทำงานเพื่อครอบครัวและเพื่อสังคมอย่างแข็งขันมาโดยตลอด จะเลือกก้าวเดินไปทางไหน ในขณะที่เสียงปีกลองของเวทีการเมืองกำลังบรรเลงจังหวะเร่าร้อนระทึกอารมณ์ และ ระลึก หลีกภัย ก็อยู่ท่ามกลางความเป็นไปได้ ที่ไม่น่าแปลกใจเลย หากเขาจะตัดสินใจก้าวตามพี่ชายทั้งสอง สู่ถนนการเมือง เพราะโอกาสนั้นกำลังเปิดกว้างและท้าทาย

อ้างอิงข้อมูลจาก : http://songkhlatoday.com/paper/29290
 
 

 
 
 

จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน: 68292
นำเสนอโดย: Peekung
 

Share
IamTrang.com
: :: ชอบ-ชม-ชิม โดย วีร์วิศ
: :: เรื่องเล่าของอิงตะวัน โดย อิงตะวัน
: :: แต่งบ้าน-งานดีไซน์ โดย มะลิริน
: :: จิตเป็นนาย โดย นะโม

 


 
iamtrang.com
iamtrang.com ออกแบบจัดทำและผลิตเนื้อหา+ภาพ โดย บริษัท ดีพี สตูดิโอ จำกัด เลขที่ 32 สุขุมวิท 85 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260
โทร. 02-3311610 โทรสาร 02-3311618 Email: dp@dp-studio.com
Copyright 2009 IamTrang.com All rights reserved สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย