IamTrang.com
 
IamTrang.com
KNOWLEDGE
PEOPLE
PLACE
PRODUCT & SERVICE
RESOURCE
ACTIVITY
LIFESTYLE
NEWS & EVENT
หน้าแรก  >  มรดกทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรม  >  มรดกวัฒนธรรม-ศิลปหัตถกรรมและงานช่างท้องถิ่น-พร้านาป้อ

มรดกวัฒนธรรม-ศิลปหัตถกรรมและงานช่างท้องถิ่น-พร้านาป้อ

     พร้านาป้อ  บ้านนาป้อ  ชุมชนเกษตรกรรมรอบนอกของตัวเมืองตรังหมู่บ้านคนไทยมุสลิม  ผู้คนส่วนใหญ่ยังทำนา  ทำสวน  และรับจ้างทั่วไป
     พร้านาป้อ  เป็นผลิตและมรดกทางวัฒนธรรมของผมู่บ้าน  ที่สั่งสมภูมิปัญญาและประสบการณ์มาตั้งครั้งบรรพชนสืบทอดมาจนถึงลูกหลานรุ่นปัจจุบัน  ช่างตีพร้าแห่งบ้านนาป้อแทบทุกคนกล่าวว่า  ตั้งแต่เกิดจำความได้ก็เห็นเขาตีพร้ากันแล้ว
     ในอดีต เมื่อเสร็จหน้านา  คนนาป้อจะลงมือตีพร้าแทบทุกครัวเรือนมีโรงตีเหล็กเป็นของตัวเอง  เหล็กที่นำมาตีก็ซื้อเหล็กเหนียว  (เหล็กกล้า) มาจนตลาด  นายหมาน  จับปรั่ง ช่างตีพร้านาป้อ วัย ๖๐ กล่าวว่า  ตอนรุ่นพ่อการทำนาพร้าแต่ละเล่มลำบากมาก  ต้องใช้มือเพียงอย่างเดียว  การแต่งพร้าต้องใช้ตะไบถู  ไม่มีเหล็กเจีย  เครื่องสูบลมเข้าเตาก็ต้องใช้มือ  ไม่มีเครื่องสูบลมไฟฟ้า  อุปกรณ์ผ่อนแรงเหมือนสมัยนี้
     ขั้นตอนในการผลิตพร้า  เริ่มจากการนำเหล็กมาตัดแบ่งตามความต้องการสู
บลมเข้าเตาไฟ  ใช้ถ่านไม้เคี่ยมเป็นเชื้อเพลิง  วางบนทั่งตีด้วยค้อนให้เป็นรูปขนาดตามต้องการหลังจากนั้นตอกตรายี่ห้อ  ตกแต่งให้สวยงามอีกครั้ง  ลับคมมีดด้วยเครื่องเจีย  ขั้นตอนสุดท้ายคือชุบด้วยน้ำประสานทองผสมลวดทองแดง  แต่ปัจจุบันช่างบางคนหันมาใช้น้ำมันเครื่องแทนน้ำประสานทอง  ซึ่งม่ทำให้คุณภาพด้อยลงกว่าเดิม
     จากต่างคนต่างทำ  ทำเสร็จนำไปขายเอง  ไปถึงหาดใหญ่ สงขลา นครศรีธรรมราช  หลีงปี พ.ศ. ๒๔๙๙  ชาวบ้านจึงมารวมกลุ่มกันเพื่อลดต้นทุนค่าวัสดุอุปกรณ์  และตัดพ่อค้าคนกลางที่เข้ามากดราคาหรือผูกขาด ตัวแทนของกลุ่มจึงส่งพร้าไปขายเอง  และยังได้ประยุกต์ปรับเปลี่ยนรูปแบบพร้าออกมาหลากหลสยตามความต้องการของตลาดแต่ละท้องถิ่น เช่น
     พร้าหัวแหลม  ส่งขายในจังหวัดยะลาและประเทศมาเลเย  ใช้ตราเบตง  ส่งขายในจังหวัดกระบี่  ใช้ตราจระเข้ ส่งขายในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและชุมพร ใช้ตรา ๐๐๗
     พร้าหัวตัด ส่งขาย หาดใหญ่ ตรัง พัทลุง ใช้ตรา ๕ ดาว และตรา ๒๒
     พร้าภูเก็ต ส่งขายในจังหวัดภูเก็ต พังงา ระนอง ใช้ตราหน่อไม้และตราน้ำเต้า
     ขนาดของพร้านับกันเป็นเบอร์ เล็กสุดเบอร์ ๐ ต่อไปก็เป็นเบอร์ ๑ ,๒,๓ เบอร์ ๔ นับเป็นเบอร์ใหญ่ที่สุด
     พร้าแบบโบราณ เช่น พร้านกแก้ว พร้าโอ ไม่มีใครที่นาป้อตีกันแล้ว  เหลือแต่นายหมานที่ยังสืบทอดอยู่ นานๆ ครั้งถึงจะทำออกมาตามที่ลูกค้าสั่งพิเศษ
     พร้านาป้อเคยส่งขายไปทั่วประเทศไทย  พร้อมๆ  กับคำชมในเรื่องคุณภาพ ผู้มีคุณูปการต่อการสร้างชื่อเสียงพร้านาป้อให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย  คือ  ผู้ใหญ่เด็น  เอ็ม  เอ็ม  ผู้ส่งเสริมการรวมกลุ่มตั้งเตาตีเหล็ก  และรวบรวมผลิตภัณฑ์ของลูกบ้านออกรถตระเวนขายส่งไปทั่วทุกภาค  เมื่อผู้ใหญ่เด็นก็เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๔๑  ปัจจุบันตลาดพร้านาป้อมีเฉพาะภาคใต้
     กำนันหมัด เอ็ม เอ็ม ลูกชายผู้ใหญ่เด็น อายุ ๕๒ ปี  บอกถึงสาเหตุที่ต้องหยุดกิจการว่า  หยุดไป ๒ - ๓ ปีแล้ว  ขาดคนงาน  คนไปทำงานอุตสาหกรรม บางส่วนไปทำสวนของตนเอง  และช่างตีเหล็กเมื่ออายุมากก็หมดเรี่ยวแรงต้องเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น  ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การเผาเหล็กเพื่อตีพร้าต้องใช้ถ่านที่ให้ความร้อนสูงมาก คือถ่านไม้เคี่ยมเท่านนั้นแต่เมื่อกรมป่าไม้ประกาศปิดป่าปิดสัมปทาน  ถ่านไม้เคี่ยมก็หายาก
     โดยเฉลี่ยแต่ละบ้านผลิตมีดวันละ  ๒๐  เล่ม  รวมทั้งหมู่บ้านก็ได้วันละ  ๔๐๐  เล่ม  ช่างตีพร้าส่วนใหญ่ของเมืองตรังผ่านการฝึกฝนไปจากบ้านนาป้อแทบทั้งสิ้น  เช่น  ช่างสวัสดิ์  ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานอยู่ที่อำเภอย่านตาขาว  ช่างอื่นๆ ก็มีอีกหลายคน  แม้ว่าในปัจจุบันจะมีพร้าจากภาคอื่น รูปสวย  ราคาถูก  เข้ามาตีตลาด  แต่คุณภาพยังสู้พร้านาป้อไม่ได้  เพราะความคม และความทนทานดีกว่า  ชื่อเสียงของพร้านาป้อยังได้รับการกล่าวขานยืนยันถึงคุณภาพที่ดีเยี่ยม
     บ้านนาป้อนอกจากทำพร้าแล้ว  ยังผลิตเครื่องใช้อื่นๆ ตามความต้องการของยุคสมัย  เช่น  มีดกรีดยาง  มีดดายหญ้า เคียวเกี่ยวข้าว  กรรไกรสอยผลไม้  กรรไกรหนีบหมาก  เป็นต้น 
     เกี่ยวกับการตีตราหรือยี่ห้อ  จะเป็นไปตามที่คนนิยม  หรือตามที่พ่อค้าจากภายนอกเข้ามาสั่ง  โดยไม่ถือลิขสิทธิ์ว่าเป็นของคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ก็เป็นการรับรู้กันว่าคนไหน ตระกูลใดเป็นต้นแบบ
     นอกจากความโด่งดังของชื่อเสียงพร้านาป้อแล้ว  จังหวัดตรังยังมีช่างตีพร้า รวมถึงช่างทำอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ รายเล็กรายน้อยกระจายอยู่ในแต่ละชุมชนแทบทุกอำเภอ
     นายประยุง  ไชยกูล  อายุ ๗๕  ปี  ช่างตีเหล็กรุ่นแรกของตลาดห้วยยอดเล่าว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒  ได้ฝึกวิชาการตีเหล็กจากช่างคนจีน  โดยเริ่มต้นจากตีเหล็กกลมขายญี่ปุ่นต่อมายึดอาชีพตีพร้าขาย  ใช้ตราตาเป็นยี่ห้อ ตีครั้งละไม่มาก  ส่งไปขายจังหวัดใกล้เคียง  เมื่อก่อนที่นี่มีทั้งหมด ๓ เตา ปัจจุบันเจ้าของเสียชีวิตหมดแล้วและเลิกกิจการไป ส่วนของลุงมีลูกชายและลูกเขยรับช่วงกิจการต่อ
     นับเป็นเวลาหลายชั่วอายุคนที่พร้าได้สร้างชื่อเสียงขจรไกลจากช่างพื้นบ้านทำใช้เอง และขายเล็กๆ น้อยๆ ในละแวกใกล้เคียง พัฒนามาสู่การผลิตครั้งละมากๆ เพื่อป้อนตลาด มีความจำเป็นตองปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับประโยชน์การใช้สอยตามวิถีของยุคสมัย  จึงเป็นเรื่องท้าทายช่างรุ่นใหม่ว่าจะรักษาคุณค่า มรดก และเอกลักษณ์ ของพร้านาป้อเอาไว้ได้อย่างไร

  

 
 
 

จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน: 17689
นำเสนอโดย:
 

Share
IamTrang.com
: :: ชอบ-ชม-ชิม โดย วีร์วิศ
: :: เรื่องเล่าของอิงตะวัน โดย อิงตะวัน
: :: แต่งบ้าน-งานดีไซน์ โดย มะลิริน
: :: จิตเป็นนาย โดย นะโม

 


 
iamtrang.com
iamtrang.com ออกแบบจัดทำและผลิตเนื้อหา+ภาพ โดย บริษัท ดีพี สตูดิโอ จำกัด เลขที่ 32 สุขุมวิท 85 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260
โทร. 02-3311610 โทรสาร 02-3311618 Email: dp@dp-studio.com
Copyright 2009 IamTrang.com All rights reserved สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย