จดหมายถึงดวงดาว ตอน 20: กระจกเงา

ฉันมองเห็นเด็กสาวผู้อ่อนไหว มองเห็นหยดน้ำตาอาบสองแก้ม มองเห็นแววตาที่เฝ้ามองหา “ใคร” ที่ฝันถึงทุกค่ำคืน มองเห็นความพยายามที่เธอเพียรทำสิ่งที่ตัวเองรัก มองเห็นการจากลาที่เรียกความเหน็บหนาวให้เธออยู่ร่ำไป มองเห็นความรักที่สวยงามต้องพังทลายลงไปต่อหน้า…เด็กสาวจ้องมองเงาของตัวเองในกระจกเงาบานเก่าที่เธอเกือบลืมไปเสียแล้วว่ามันยังแขวนไว้บนผนังสีขาวข้างเตียงนอนของเธอมานานนับปี “กี่คืนวันจะผ่านเลยไป” กระจกบานนี้ก็ทำให้ฉันมองเห็นตัวเองได้ดีเสมอมา มีเรื่องราวมากมายเหลือเกินถูกซ่อนเอาไว้ให้ระลึกถึงเมื่อจ้องมองมัน ฉันรู้จักตัวเองมากขึ้นเพราะเจ้ากระจกเงาบานนี้ เด็กสาวพูดใส่กระจกบานเก่าของเธอ พลางลูบมันเบาๆ “ขอบคุณนะ” ที่ยังสะท้อนภาพในวันวานให้ฉันได้เห็นเสมอ ขอบคุณที่ให้ฉันพิจารณาความผิดพลาดในวันวาน เด็กสาวเอ่ยขอบคุณกระจกเงาของเธออย่างจริงใจ “มีใครเคยบอกว่า ฉันไม่มีวันปลูกต้นไม้ได้สำเร็จ” เด็กสาวพูดผ่านกระจกเงาบานนั้น “เพราะอะไรนั่นหรือ?” ก็เพราะพวกเค้ามองกันว่าความพยายามของฉันมันเป็นการดันทุรังไงล่ะ ดันทุรังที่จะใส่ปุ๋ยทั้งๆ ที่รู้ว่าต้นไม้พวกนั้นไม่มีวันเติบโตได้ ฉันดันทุรังรดน้ำ พรวนดินทั้งที่รู้ว่าต้นไม้พวกนั้นมิได้มีหัวใจไว้ให้ฉันดูแล ฉันควรจะเลิกรดน้ำ พรวนดินกับต้นไม้ต้นนี้ด้วยหรือเปล่า เด็กสาวพูดพลางหันหน้าไปทางต้นไม้ต้นเดียวที่เธอมี “เธอพยายามปลูกมันด้วยความเข้าใจไม่ใช่หรือ?” ดวงดาวเอ่ยกับเด็กสาว แล้วใยถึงได้คิดจะเลิกรดน้ำพรวนดินเสียล่ะ? เด็กสาวมองดวงดาวอย่างพินิจผ่านกระจกเงา “ฉันไม่อยากถูกใครๆ มองว่าดันทุรังทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้” เด็กสาวตอบคำถามดวงดาวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง “เธอปลูกต้นไม้นี้ขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ใดกันล่ะ?” เพราะต้องการลบคำสบประมาทของคนอื่นหรือปลูกขึ้นมาด้วยหัวใจที่เชื่อว่ามันเติบโตได้เพราะความพยายามของเธอ? เด็กสาวครุ่นคิดถึงคำถามที่ดวงดาวพูด “ฉันปลูกต้นไม้ต้นนี้ขึ้นมาเพราะอยากให้คนอื่นรู้ว่าความพยายามของฉันจะต้องสำเร็จในสักวัน และฉันก็รักที่จะเฝ้ามองมันเติบโตนะดวงดาว” แต่บางครั้งฉันแค่ท้อ ในเวลาที่ฉันอ่อนล้าต้นไม้ต้นนี้กลับไม่เคยพัดไหว แสดงออกมาให้ฉันรู้ได้บ้างเลยว่า “เค้าอยู่ตรงนี้” ดวงดาวมองเด็กสาวผ่านกระจกเงาบานเก่า กอดคอเด็กสาวไว้อย่างเอ็นดูเหลือเกิน พลางพูดกับเด็กสาวว่า “ไม่มีใครอยู่ข้างเราได้ตลอดเวลาหรอก นอกจากตัวเราเอง” เธอต้องเติบโตอย่างคนที่หัวใจแข็งแรงให้ได้ มองตัวเองในกระจกเงาบานนี้สิ ความอ่อนไหวในตัวเธอจะทำให้คนอื่นมองและตัดสินว่าเธอเป็นคนอ่อนแอ ใครกันล่ะอยากจะดูแลคนรักที่เสมือนว่าเค้าเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา การที่เธอพยายามรดน้ำ พรวนดินให้ต้นไม้ต้นนี้เติบโตมันมิใช่การดันทุรังหรอกนะ เธอก็เห็นกับตามิใช่หรือว่ามันเติบโตได้จริงๆ แม้วันหนึ่งมันจะเติบโตเต็มที่แล้วก็ใช่ว่าเราจะต้องเลิกใส่ใจดูแลมัน ต้นไม้ก็เหมือนหัวใจของเธอนี่ไง พองโตได้สักเพียงไรก็ยังต้องคอยเติมเต็มรักษาความพองโตนี้เอาไว้เรื่อยไปมิใช่หรือ? เด็กสาวพยักหน้าให้ดวงดาวด้วยสีหน้าที่สบายใจขึ้น “ดวงดาว เธอเห็นอะไรในกระจกเงาบานนี้บ้างหรือ?” เด็กสาวเอ่ยคำถามถามดวงดาวอย่างเป็นมิตร “ฉันเห็นความอ่อนไหวของเด็กผู้หญิง เห็นหยดน้ำตาที่อาบเต็มสองแก้ม เห็นแววตาที่เฝ้ามองหา “ใคร” ที่เธอฝันถึงทุกค่ำคืน เห็นความพยายามที่เธอกำลังทำในสิ่งที่รัก เห็นความเหน็บหนาวของเด็กสาวที่ถูกความรักจากลา…เห็นรอยยิ้มที่อ่อนหวานของเด็กสาวผู้นี้ เห็นการเติบโตของการเดินทางที่เธอกำลังเผชิญ เห็นความรักที่งดงามสวยหรูที่เธอพยายามเรียนรู้ และฉันมองเห็นหัวใจที่แข็งแรงของเด็กสาวผู้หนึ่ง หัวใจที่ไม่ยอมแพ้แม้ไร้เงาของคนที่เธอฝันถึง” เด็กสาวมีรอยยิ้มขึ้นเมื่อได้ฟังดวงดาวพูดถึงเด็กสาวที่เห็นในกระจกเงา น้ำตาเอ่อด้วยความรู้สึกสุขใจไม่น้อย เด็กสาวค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ เพื่อนึกถึงภาพในวันวานที่ผ่านมา ครู่หนึ่งเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ มองตัวเองผ่านกระจกเงาบานเก่าอีกครั้ง เธอมองหาดวงดาวอย่างใส่ใจ แต่ก็ไม่เห็นดวงดาวในกระจกเงาอีกแล้ว พลางรำพันกับตัวเองผ่านกระจกเงาว่า “ฉันขอบคุณเธอเหลือเกินดวงดาว ที่ทำให้ฉันมีพลังที่จะก้าวเดินอย่างคนที่หัวใจแข็งแรง” ฉันสัญญาว่าจะหมั่นมองตัวเองผ่านกระจกเงาบานนี้ เพื่อคอยมองดูการเติบโตของตัวเองเสมอ เพื่อที่ว่าฉันจะได้ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างระวัง และสักวันฉันจะต้องเติบโตอย่างคนที่หัวใจแข็งแรงเหมือนเช่นที่ดวงดาวบอกฉันให้ได้…

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>